การดูแลศาลาไม้

Posted by admin | ไม้แปรรูป | Thursday 8 October 2009 10:51 pm

การดูแลศาลาไม้

 

                    ศาลาไม้

 

         คนส่วนใหญ่ยังขาดความเข้าใจในการดูแลรักษาศาลาไม้ เมื่อกาลเวลาผ่านไปไม่นาน ก็กลายเป็นเพียงซากศาลาไม้ผุๆพังๆ ดังนั้น หากท่าน ต้องการให้ศาลาไม้มีอายุยืนนาน ท่านต้องพยายามปกป้องรักษาเนื้อไม้จาก เชื้อรา และ ปลวก โดย การตั้งศาลาให้หลีกเลี่ยง จากการ สัมผัสความเปียกชื้น ให้มากที่สุด เช่น

 

          1. ไม่ควรตั้งศาลาในรัศมีของระบบการให้น้ำอัตโนมัติทุกประเภท ( Spinkle ) และหากไม่จำเป็น ก็ไม่ควรปลูกไม้พุ่มเล็ก ใกล้ศาลาหรือโคนเสาศาลามากเกินไป เพราะนอกจากทำให้ ศาลา แลดูไม่โดดเด่นแล้ว ยังทำให้โคนเสาต้องเปียกชื้นจากการรดน้ำ โดยไม่จำเป็นครับ

 

          2. ห้ามวาง / ตั้งศาลา กับ พื้นดิน (โดยตรง) เพราะ เชื้อราจากความชื้นของดิน จะกัดกร่อนทำลายแกนของเสาหลัก ซึ่งถือว่าเป็นส่วนสำคัญที่สุด และ ปลวกมักจะใช้เป็นเส้นทางเข้าทำลาย กัดกินเนื้อไม้เสาของท่านจากใต้ดิน

 

          3. ทาสีตามช่วงระยะเวลา ศาลาไทยเราส่วนมากจะตั้งไว้กลางแจ้ง ดังนั้น ศาลาจะโดนแดดโดนฝน วันหนึ่งหลายๆชั่วโมง เราจึงควรทาสีย้อมไม้ตามระยะเวลาอย่างสม่ำเสมอ เพื่อความสวยงามของศาลาให้แลดูไม่เก่าตามกาลเวลา สีทาไม้ที่ใช้ จะต้องเป็นสีที่ใช้ทาไม้ โดยเฉพาะ และ จะต้องเป็นสีที่ใช้ทาภายนอก

 

          4. สำรวจบริเวณรอบๆศาลาบ้าง หมั่นสำรวจบริเวณรอบๆศาลา ทั้งภายใน ภายนอกบ้าง ว่ามีทางเดินของปลวกทำทางเข้าโคนเสาหรือเปล่า หรือ มีเศษฝุ่นละเอียดไม้ล่วงตามจุดต่างๆหรือไม่ ( เกิดจากมอดไม้ ) จะได้กำจัดได้ทันเวลา

ไม้แดง

Posted by admin | ไม้แปรรูป | Saturday 19 September 2009 7:24 am

ไม้แดง

                                          Bark3

          ไม้แดงเป็นไม้เนื้อแข็ง บางครั้งจึงเรียกว่า Burmese Ironwood เป็นไม้ประเภทโตช้า คงสภาพได้ดีเมื่อผ่านขั้นตอนการอบแห้ง ไม้The Janka hardness มักนิยมใช้สำหรับงานปูพื้น ไม้ ไม้แดง จึงดีที่สุดสำหรับงานปูพื้นที่ต้องการความคงทนและทนต่อการกัดแทะของปลวกได้ดี  ชื่อวิทยาศาสตร์  Xylia xylocarpa var. kerrii ไม้แดงเป็นไม้ผลัดใบมีขนาดกลางถึงขนาดใหญ่สูงประมาณ 20-30 เมตร บางครั้งจะพบสูง ้ ถึง 30-37 เมตร

          ลำต้น ไม้แดงจะเปลาตรง โดยปกติจะมีความสูงถึง 25 เมตรขึ้นไปแตกในสภาพที่ดินเหมาะสมกบการเจริญเติบโตบางครั้งลำต้นจะเล็กและคดงอ รูปทรงกลมหรือเก้งก้างไม่แน่นอน จะแตกกิ่งมีใบมาก เมื่อสับเปลือกทิ้งจะได้ชันสีแดง เนื้อไม้มีสีน้ำตาลแดงหรือสีแดงเรื่อๆ ละเอียด

          ดอก ไม้แดงจะมีดอกสีเหลือง ขนาดเล็ก ขึ้นอัดกันแน่นบนช่อ กลมเดี่ยว ๆ หรือแตกกิ่งก้านหรือขึ้นเป็นกลุ่มขนาดเส้น ผ่าศูนย์กลางแต่ละช่อประมาณ 1.4 ซม. ก้านดอกยาว 2-5 ซม. มีขนปกคลุมประปราย กลีบรองกลีบดอกเชื่อมต่อกันคล้ายรูประฆัง ตรงปลายแยกออกเป็น 5 กลีบ

          ผล เป็นผลเดี่ยว (simple fruit)เป็นฝักแบนรูปขอบขนานเรียวและโค้งงอที่ส่วนปลาย ฝักแข็งยาวประมาณ 10-15 ซม. สีน้ำตาลอมแดง ผิวเรียบ ไม่มีขนปกคลุม

          ใบ เป็นใบประกอบแบบขนนกสองชั้น ติดเรียงสลับ ช่อใบหนึ่งๆ มีช่อแขนงที่ออกจากปลาย ก้านช่อใหญ่สองช่อ แต่ละช่อมีใบย่อย 4 – 5 คู่ ใบย่อย รูปไข่ (ovate) หรือรูปไข่แกมรูปขอบขนาน (oval-oblong) แผ่นใบมักจะเบี้ยวมีขนาดไม่เท่ากัน ปลายใบแหลมมน เนื้อใบค่อนข้างหนา ฐานใบมักจะเบี้ยว ใบอ่อนมีขน ส่วนใบแก่เกลี้ยงหรืออาจจะมีขนประปรายด้านท้องใบเล็กน้อย เส้นแขนงใบมี 5 – 8 คู่ ปลายเส้นจะจรดกับเส้นถัดไปบริเวณใกล้ขอบใบ

          เนื้อไม้  เนื้อไม้แข็งแรง หนัก ทนทานต่อการกระแทกสูง

ไม้สัก

Posted by admin | ไม้แปรรูป | Sunday 2 August 2009 7:41 pm

ไม้สัก

teak wood

มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Tectoma Grandis อยู่ในวงศ์ Verbenaceae มีถิ่นกำเนิดทางตอนใต้ของประเทศอินเดีย พม่า ไทย อินโดนีเซีย และหมู่เกาะ อินเดียตะวันออก

ไม้สัก เป็นต้นไม้ขนาดใหญ่ขึ้นเป็นหมู่ในป่าเบญจพรรณทางภาคเหนือ และบางส่วนของภาคกลางและตะวันตก คือ ท้องที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน เชียงราย ลำปาง แพร่ น่าน ตาก กำแพงเพชร อุตรดิต์ พิษณุโลก สุโขทัย เพชรบูรณ์ และพิจิตร และมีบ้างเล็กน้อยในจังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี และกาญจนบุรี

ลักษณะบางประการ

            ไม้สัก เป็นต้นไม้ผลัดใบ ขนาดใหญ่มีลำต้นเปลา มักมีพูพอน ตอนโคนต้นเรือนยอดกลม สูงเกินกว่า 20 เมตร
            เปลือก หนา 0.30-1.70 ซม. สีเทา หรือสีน้ำตาลอ่อนแกมเทา แตกเป็นร่องตื้น ๆ ไปตามทางยาวและหลุดออกเป็นแผ่นบาง ๆ เล็ก ๆ
            ใบ ใหญ่ ความกว้าง 25-30 ซม. ความยาว 30-40 ซม. รูปใบรีมน หรือรูปไข่กลับ แตกจากกิ่งเป็นคู่ ๆ ท้องใบสากหลังใบสีเขียว แกมเทา เป็นขน
            ดอก เล็กสีขาวนวล ออกเป็นช่อใหญ่ ๆ ตามปลายกิ่งเริ่มออกดอกเดือน มิถุนายน เป็นต้น
            ผล ค่อนข้างกลม ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1-2 ซม. ผลหนึ่ง ๆ มีเมล็ดใน 1-4 เมล็ด เปลือกแข็งมีขนสั้น ๆ นุ่ม ๆสีน้ำตาล หุ้มอยู่ ผลแก่ในราวเดือน พฤศจิกายน-มกราคม
            ลักษณะเนื้อไม้ สีเหลืองทอง ถึงสีน้ำตาลแก่ มีลายเป็นเส้นสีน้ำตาลแก่แทรก เสี้ยนตรง เนื้อหยาบ แข็งปานกลาง เลื่อยใสกบ ตบแต่งง่าย

ไม้สักมี ๕ ชนิด คือ

๑. สักทอง ขึ้นในป่าโปร่งชื้นไกลห้วยหรือแล้ง แต่ใกล้ห้วยดินค่อนข้างสมบูรณ์การแตกของเปลือกเช่นเดียวกับสักหยวก แต่อยู่ในที่ที่แห้งชื้นไปบ้างเท่านั้น เรือนยอดสมบูรณ์ใบมีขนาดปานกลาง เนื้อไม้จะเป็นเส้นตรงผ่าง่าย มีความแข็งกว่าสักหยวก สีเข้ม เป็นสีน้ำตาลเหลืองหรือที่เรียกกันว่า สีทอง
๒. สักหยวก ขึ้นในป่าโปร่งชื้นริมห้วย ต้นตรงเปลือกแตกเป็นร่องแต่ยาวตรงร่องของเปลือกไม้สักหยวกจะกว้างกว่า ไม้สักทอง เรือนยอดสมบูรณ์ ใบขนาดกลาง เนื้อไม้หรือแก่นจะมีสีน้ำตาลอ่อนหรือสีจาง ถากหรือฟันง่าย
๓. สักไข ขึ้นอยู่ในป่าโปร่งแล้งเป็นส่วนมาก ความเจริญเติบโตดูช้า ร่องของเปลือกลึกและตัวเปลือกเป็นสันกว้าง ระหว่างร่องลำต้นตรงเปลา แต่มีลักษณะแกร็นๆ พุ่มของเรือนยอดบอบบางแต่ก็มีใบเต็ม จะทราบว่าเป็นสักไขก็ต่อเมื่อถึงมือช่างไม้ เพราะเนื้อไม้จะมีใขปนยากแก่การขัด และการทาแชลแลคหรือแลกเกอร์ สีของไม้สักไขจะเป็นสีน้ำตาลเข้มปนเหลือง
๔. สักหิน ไม้สักพวกนี้จะอยู่ในป่าโปร่งแล้งในระดับสูง การแตกของเปลือกเป็นร่องลึก และเรือนยอดดูไม่ค่อยแข็งแรง ใบเล็กกว่าปกติจะทราบได้แน่นอนเมื่อมีการโค่นล้มหรือตบแต่ง โดยพวกโค่นล้มเลื่อยและช่างไม้ เพราะเนื้อไม้จะแข็งกว่าไม้สัก ทั่วไปและเปราะสีของเนื้อไม้สักเป็นสีน้ำตาลเข้ม
๕. สักขี้ควาย ไม้สักพวกนี้จะเกิดอยู่ในที่ค่อนข้างแล้ง ในป่าผลัดใบต่างๆ และมักจะอยู่ในบริเวณรอยต่อของป่าโปร่ง ผลัดใบและป่าแพะ ลักษณะของเรือนยอดมักจะไม่สมบูรณ์ลำต้นจะตายบ้าง กิ่งบนเรือนยอดแห้งตายไปบ้างกิ่งสองกิ่ง ลักษณะของ เปลือกแตกเป็นร่องไม่สม่ำเสมอ ขาดเป็นตอนๆ และร่องลึก จะทราบได้ชัดก็เมื่อโค่นลงมาเลื่อยดู จะเห็นได้ชัดว่าเนื้อไม้มีสีเขียวปน น้ำตาล น้ำตาลแก่ น้ำตาลอ่อน ปนกันดูเป็นสีเลอะๆ
ในบรรดาไม้สักทั้ง ๕ ชนิด ไม้สักทองได้รับฉายานามในวงการป่าไม้ว่าเป็น “ราชินีแห่งไม้” หรือ Queen of Timbers” เป็นไม้ที่มีคุณภาพดีที่สุดของโลกที่ธรรมชาติมอบให้แก่คนไทยและประเทศไทยโดยเฉพาะ อนาคตไม้สักกำลังจะหมดไปจงช่วยกัน ปลูกไม้สักเพื่อเป็นมรดกของชาติและลูกหลานตั้งแต่วันนี้