การทำความสะอาดเฟอร์นิเจอร์

Posted by admin | เฟอร์นิเจอร์ไม้ | Sunday 26 July 2009 6:14 am

การทำความสะอาดเฟอร์นิเจอร์

 

เฟอร์นิเจอร์ ทุกชนิดต้องได้รับการทำความสะอาดตามสมควรและอย่างถูกวิธีจึงจะสามารถยืดอายุ การใช้งานของเครื่องใช้ได้ โดยสามารถแบ่งตามวัสดุที่ใช้ผลิตได้ดังนี้

  

                     เบาะ

 

1.  ผ้าบุนวม วัสดุบุจำพวกผ้าเหมาะกับสภาพอากาศร้อนแต่ก็มีปัญหาเรื่องความชื้นและสกปรก ค่อนข้างง่ายและหากสกปรกแล้วก็ยากที่จะทำความสะอาดให้เหมือนเดิม แต่ผู้ผลิตบางรายได้พ่นเคลือบน้ำยาที่ลดการเกาะตัวของฝุ่นและลดการดูดซึมของ น้ำ ซึ่งช่วยให้ทำความสะอาดได้ง่ายขึ้น โดยที่การทำความสะอาดทั่วไปสำหรับเฟอร์นิเจอร์ประเภทนี้สามารถทำได้โดยการ  ดูดฝุ่นหรืออาจใช้ผ้าชุบน้ำเช็ด หรืออาจใช้เครื่องพ่นไอน้ำทำความสะอาดได้ด้วยเพราะจะฆ่าเชื้อโรคและไรฝุ่น และยังช่วยให้เนื้อผ้าคืนตัว การใช้น้ำยาซักแห้งหรือแอมโมเนียเจือจางก็ได้แต่ควรระมัดระวังในการใช้และ ควรทดสอบในบริเวณเล็กๆก่อน และซับอย่างเบามือและห้ามขัดถูอย่างเด็ดขาด แต่ทางที่ดีควรเลือกชนิดถอดซักได้เพราหากต้องการบุผ้าใหม่จะเสียค่าใช้จ่าย ที่สูงมาก

  

                                 ไม้

 

2. ไม้ ควรใช้แปรงปัดฝุ่นไฟฟ้าสถิตย์ปัดฝุ่นแล้วลงน้ำมันรักษาเนื้อไม้บ้างเป็น ครั้งคราว แต่หากเป็นไม้ขัดมันต้องระวังไม่ให้โดนน้ำเด็ดขาดทำได้แค่เพียงใช้ผ้าหมาด เช็ดถูและลงน้ำมันได้บ้างแต่ไม่ควรลงบ่อยจนเกินไปเนื่องจากจะทำให้ฝุ่นเกาะ ได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ควรระวังเรื่องของของร้อนและเย็นเช่น แก้วน้ำ เนื่องจากอาจสร้างความเสียหายหรือรอยด่างให้กับเนื้อไม้ได้  วิธีแก้ปัญหาเฟอร์นิเจอร์ไม้โป่งออกมาคือ ให้วางผ้าชื้นๆ ลงบน รอยที่โป่ง ใช้เตารีดร้อนๆ ทับบนผ้า จะทำให้คืนสู่สภาพเดิม  วิธีขจัดรอยขีดข่วนบนเฟอร์นิเจอร์ไม้คือ ให้ใช้ผ้าแตะยาขัด รองเท้าที่สีเดียวกับไม้ แล้วถูตรงรอย แล้วใช้ผ้าขัดต่ออีกครั้ง รอยขีดข่วนก็จะหายไป  ไวนิล ใช้น้ำยาอเนกประสงค์เช็ดทำความสะอาดโดยที่หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์หรือน้ำมัน ก๊าด และห้ามใช้แผ่นขัดถูเนื้อหยาบเด็ดขาด

3. การทำความสะอาดเฟอร์นิเจอร์เบาะ การดูดกลิ่น ให้ใช้ผงฟูหรือแป้งข้าวโพดโรยบนพรม โดยใช้อัตราส่วน 1 ถ้วย ต่อพื้นที่ห้องขนาดกลาง ทิ้งไว้ 30 นาที แล้วใช้เครื่องดูดฝุ่นดูดออก แต่ถ้ากลิ่นติดแน่นให้โรยทิ้งไว้ข้ามคืนแล้วจึงดูดออก การขจัดคราบเลือด ใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำเย็นเช็ดเบา ๆ จนกว่าจะหมด คราบเหนียวเหนอะหนะ ใช้ผงฟูทาทับรอยเปื้อน แล้วใช้มือถูเบา ๆ ทิ้งไว้ประมาณ 1 ชั่วโมง แล้วจึงเช็ดออก ทาซ้ำอีกถ้ารอยเปื้อนยังไม่หมด  คราบไขมัน ใช้แป้งข้าวโพดทาทับรอยเปื้อน ทิ้งไว้สัก 1 ชั่วโมง จากนั้นเช็ดออก  คราบเขม่าหรือเถ้าถ่าน ให้ใช้เกลือทาทับบาง ๆ แล้วเช็ดออก คราบปัสสาวะของเด็ก หรือสัตว์เลี้ยง เช็ดด้วยน้ำธรรมดา 1 ครั้ง จากนั้นใช้น้ำส้มสายชู 3 ช้อนโต๊ะ ผสมกับสบู่เหลว 1 ช้อนชา เช็ดถูบริเวณรอยเปื้อน ทิ้งไว้ 15 นาที จึงเช็ดออก

                                   กระจก

4. เหล็ก และกระจก ใช้น้ำยาฉีดกระจกในการทำความสะอาดในส่วนของกระจกควรหลีกเลี่ยงผ้าที่เป็นขน

 

5. การทำความสะอาดเฟอร์นิเจอร์ที่เป็นผ้าฝ้าย ให้ใช้แปรงทาสี ด้ามใหม่ปัดตามซอกมุมเฟอร์นิเจอร์ไปพร้อมกันกับการทำความ สะอาดเฟอร์นิเจอร์ทุกครั้ง

 

6. การรักษาเฟอร์นิเจอร์โลหะไม่ให้เป็นสนิมได้ง่ายคือให้เคลือบ โลหะด้วยขี้ผึ้งขัดรถ เมื่อจำเป็นต้องเอาเฟอร์นิเจอร์โลหะ ไว้ตากน้ำค้าง จะได้ไม่ขึ้นสนิมได้ง่าย

 

ในการใช้ยาขัดเฟอร์นิเจอร์ไม่ควรใช้ประเภท เช่น น้ำมัน ขี้ผึ้ง บ่อยๆ เพราะอาจจะทำให้ผิวเฟอร์นิเจอร์เกิดความเสียหายได้ง่าย  วิธีลบคราบดวงๆ ที่ติดบนเฟอร์นิเจอร์คือ ให้ใช้จุกไม้ก๊อกถู ถ้าไม่ ออกให้ใช้นิ้วมือแตะยาสีฟันผสมขี้เถ้าบุหรี่ถูอีกครั้ง จากนั้นใช้ ผ้าชุบน้ำเช็ดรอยเปื้อนซ้ำอีกครั้ง

เทคนิคการดูแลบ้านไม้ให้ห่างไกลจากปลวก

Posted by admin | Fix it yourself | Thursday 16 July 2009 7:23 am

บ่อยครั้งที่บ้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นบ้านไม้ หรือบ้านที่มีส่วนประกอบด้วยไม้ กว่า 90% มักมีอันต้องผุพังไปก่อนเวลาอันสมควรจากปลวก และแมลงร้ายสารพัดชนิด โดยเฉพาะปลวกนั้นถือว่าเป็นมหันตภัยร้ายสำหรับบ้านมากที่สุด จึงกลายเป็นคู่ขัดแย้งที่สำคัญของมนุษย์เราโดยปริยายความจริงแล้ว เจ้าปลวกที่ว่านี้มันมิได้พิศมัยอะไรกับไม้เลยแม้แต่น้อย แต่เป็นเพราะ เซลลูโลส (Cellulose) ในเนื้อไม้ต่างหากที่เป็นอาหารอันโอชะของปลวก ดังนั้นไม่เพียงแต่ไม้ที่จะต้องผุพังกลายเป็นกากอาหารของปลวก แต่ยังรวมไปถึงอะไรก็ตามที่มีเซลลูโลสเป็นองค์ประกอบอยู่ เช่น กระดาษ, ผ้า, หนังสัตว์ พรม. หนังสือ ฯลฯ หลายสิบชนิดที่หาพบได้ในบ้านทั่วไป

ศัตรูร้ายจากใต้ดินปลวก ที่จัดว่าเป็นศัตรูร้ายสำหรับบ้านเรือนของเราก็คือ ปลวกใต้ดิน (Sub-Terranean Termites) ซึ่งพวกนี้ ถือเป็นศัตรูโครงสร้าง (Structural Pests) ที่ทำความเสียหายสูงสุด ถึง 95% ของความเสียหายทั้งหมดก็ว่าได้ อาณาจักรของปลวกพวกนี้อยู่ใต้ดิน อาศัยอยู่ร่วมกันตามแบบฉบับของสัตว์ที่เรียกว่า แมลงสังคม ซึ่งในรังปลวกใต้ดินจะเต็มไปด้วยประชากรปลวกนับแสนนับล้านตัว แบ่งแยกหน้าที่กันเป็นวรรณะต่างๆ (ทำงานเป็นทีมเวิร์คครับกำจัดปลวก

ปลวกนางพญาและราชา : ทำหน้าทีวางไข่เพิ่มประชากรในวัง …เอ๊ยในรังของมัน
ปลวกทหาร : ทำหน้าที่ต่อสู้ศัตรูผู้บุกรุก
ปลวกงาน : ทำหน้าที่หาอาหาร, สร้าง ,ซ่อม , ขยายรังและทางเดิน
ปลวกขยายพันธุ์ : ทำหน้าที่ขยายพันธุ์ เราเรียกกันว่าแมลงเม่า หรืออาจกล่าวได้ว่าวงจรชีวิตของปลวกใต้ดินนั้นมีจุดเริ่มต้นมาจากแมลงเม่า

วิธีรบกับปลวกและการป้องกันบ้านไม้ปัจจุบัน วิธีการรบที่นิยมคือ การป้องกันเสียแต่เนิ่นๆ คือการกำจัดแหล่งสร้างรังอันเป็นฐานทัพใหญ่ของปลวก ทำลายทางขึ้นลง หรือเส้นทางลำเลียงพลพร้อมกับการส้างแนวป้องกันสำหรับการบุกรุกใหม่ในอนาคต ส่วนการที่เราจะไปคิดแก้ปัญหาที่ต้นตอด้วยการสร้างบ้านโดยใช้วัสดุที่ไม่มี เซลลูโลสของโปรดของปลวกนั้นดูจะลำบากครับ เพราะต้องควบคุมตั้งแต่การก่อสร้างตั้งแต่แรกเริ่ม ถึงแม้ปัจจุบันจะมีไม้เทียม หรือใช้คอนกรีตแต่วิธีการก่อสร้างยังคงใช้ไม้แบบกันอยู่ (เจ้าตัวนี้แหละครับ เหยื่อล่อปลวกเข้าบ้าน)

misc02

สำหรับการป้องกันอย่างถูกวิธีนั้นเราควรทำตั้งแต่

ก่อนก่อสร้างบ้านไม้ โดยอัดเคมีลงดิน ให้รอบแนวคานด้านใน-นอก และฉีดเคลือบผิวดินในทุกๆ ตารางนิ้ว รวมทั้งโดยรอบของตัวอาคาร 1 เมตรและบริเวณที่มีความชื้นสูง
การราดน้ำยาผ่านระบบท่อใต้อาคาร (ลักษณะนี้ต้องทำตั้งแต่เริ่มก่อสร้าง) ระบบท่อจะเดินตามคานและเจาะรูที่ท่อเป็นระยะๆ แต่ท่อจะไม่สัมผัสกับดินเรื่องจากอาจจะทำให้ท่ออุดตันได้ ซึ่งระบบนี้จะสะดวกสบายกว่า เพราะไม่จำเป็นต้องเข้าไปในตัวบ้าน ไม่ต้องทุบพื้น เจาะบ้านเป็นรูเพื่ออัดน้ำยาให้ตัวบ้านหลังจากอัดน้ำยาในครั้งแรกหมดอายุ
ในกรณีที่ไม่ได้เตรียมท่อน้ำยาไว้ตั้งแต่แรก ต้องเจาะรูขนาด 5/8 นิ้ว ให้ทะลุพื้นจนถึงชั้นดินรอบแนวคานทั้งด้านในและนอก แต่ละจุดห่างกันประมาณ 1 เมตร
หากตรวจพบกองดินหรือทางเดิน ของปลวกให้ค้นหาถึงจุดที่ปลวกขึ้นมา และทำลายทิ้งด้วยน้ำยาหรือสเปรย์ฆ่าปลวก ทิ้งไว้ซัก 2-3 วัน ให้ทำการตรวจสอบอีกครั้ง
ฉีดเคมีเคลือบโครงไม้ โดยให้ซึมเนื้อไม้เน้นตามรอยเลื่อนรอยต่อ เป็นการป้องกันการเกิดขึ้นใหม่ของปลวก มอด ด้วง และเชื้อราต่างๆด้วย ควรเลือกไม้ที่นำมาก่อสร้างที่มีความทนทางต่อการทำลาย เช่น ไม้สัก ไม้เต็ง ไม้แดง ไม้ชิงชันและไม้ประดู่ (ข้อนี้ขึ้นอยู่กับงบประมาณในกระเป๋าครับ) แต่ถ้าใช้ไม้เนื้ออ่อนควรทำการอาบน้ำยาป้องกันเสียก่อน

ข้อแนะนำเพิ่มเติมในการดูแลบ้านไม้

- ไม่ควรปลูกต้นไม้ใหญ่ไว้ใกล้บ้าน เพราะปลวกจะอาศัยรากไม้เข้ามาในบ้านได้
- พยายามป้องกันไม่ให้แมลงเม่าบินเข้ามาภายในบ้าน เพราะแมลงเม่าคือปลวกเจริญพันธุ์ เมื่อเข้ามาจะทำรังและวางไข่กลายเป็นปลวกได้